บทที่ 9 บทที่ 9

ยูยะมองผู้หญิงตรงหน้าเขาอย่างพินิจ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างลืมตัวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ชุลมุนในคืนวันนั้น...

มองดีๆ แบบนี้เธอก็ยิ่งน่ารัก

ความประทับใจก็เรื่อง...ถุงเท้านั่น...

เธอทำให้เขาหัวเราะเสียงดังได้ หลังจากที่ไม่ได้หัวเราะสุดพลังขนาดนั้นมานานมากแล้ว หลังๆ นี้ชีวิตของยูยะมีแต่เรื่องที่ทำให้แค่ยิ้ม ไม่ถึงกับหัวเราะ และเรื่องเครียดเสียเป็นส่วนมาก จนกลายเป็นคนเคร่งขรึมยิ้มยาก มารดาเองยังเคยสะกิดว่าเขาหมกมุ่นกับเรื่องงานมากไป หาเวลาไปพบจิตแพทย์บ้างก็ดี เพราะหน้าตาของยูยะ บอกว่าเขากำลังไม่สนุกกับชีวิต เครียดเกินไป จนท่านเป็นห่วง

การต้องมาทำงานสวมหัวโขนในตำแหน่งที่ปู่มอบหมายให้นั่นแหละ มันทำให้เขา ตั้งใจ จริงจัง จะพิสูจน์ให้ปู่ได้เห็น ว่าเขาสามารถผ่อนแรงปู่ได้ ความจริงจังของยูยะ ที่เป็นนิสัยเฉพาะตัวมันก่อความเครียดและกำลังอาจจะนำพาภัยร้ายแห่งโรคภัยทางใจมาให้เขาอย่างไม่รู้ตัว...

จนมาเมื่อพบกับเธอ คู่เดตพิเศษที่พี่ชายจัดหามาให้นี่แหละ...

อะไรบางอย่าง ทำให้เขาอยากจะคุยกับเธออีก จริงๆ แล้วส่งของคืนเธอก็จบ...แต่ยูยะไม่อยากจบ เขาอยากรู้จัก อยากคุยกับเธอ แค่เห็นหน้าเธอเขาก็อารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว เธอไม่ใช่คนสวย แต่เธอเป็นคนน่ารัก ยิ่งมองก็ยิ่งละมุนตาละมุนใจ กับนัยน์ตาโตแป๋วๆ นั่น ตาของเธอสวย หวาน เป็นส่วนที่เด่นสุดของเครื่องหน้า รวมถึงปากอิ่ม...หวานนั่นด้วย

ใช่...

ปากของเธอหวาน

แม้เธอจะทำอาชีพ...นั้น แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร พร้อมจะจ่ายด้วยซ้ำ...ดีด้วยเพราะถ้าตกลงกันทางธุรกิจ ก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลา แลกความรื่นรมย์กับเงิน...ตกลงกันแบบนี้ ไม่เสียเวลา จบง่าย...

วันนี้เธอคงจะไม่ได้เสริมแต่งอะไรมากมาย เขาเห็นจากสายตา ขนาดจริงๆ ของเธอ ดูกะทัดรัด น่ารัก มันยิ่งทำให้เธอดูตัวเล็ก เหมือนเด็กสาว...

หวังว่าเขาคงจะไม่พรากผู้เยาว์ ผิดกฎหมายของประเทศนี้นะ

เขากระแอม...ก่อนจะยื่นกระเป๋าส่งคืนให้กับญดารินทร์ ที่ตอนนี้กำลังหลบสายตาเขา หน้าของเธอแดงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมองก็ยิ่งน่ารัก เขาไม่ค่อยเห็นผู้หญิงหน้าแดงท่าทางเขินๆ แบบนี้สักที...จำได้ตอนครั้งที่พอจะจำได้ว่ามีสาวน้อยมาทำแก้มแดงขวยเขินแบบนี้ใส่เขา ก็สมัยเขาเรียนมัธยมปลายและถูกผู้หญิงส่งจดหมายบอกรัก เจ้าหล่อนก็อายเขินแบบนี้แหละ

น่ารัก...

ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขารู้สึกว่าหล่อนน่ารักมาก

“นี่ครับ...”

“ขอบคุณมากๆ ค่ะ แล้วก็ขอโทษที่ เอ่อ...หนีกลับก่อนแบบนั้น” ญดารินทร์ยังคงไม่กล้ามองหน้าเขาเต็มตา ไม่ใช่อะไร เธอเขินนั่นแหละ แล้ววันนี้เขาก็ขยันยิ้มจัง...ไม่รู้ทำไม ยิ่งยิ้มเขาก็ยิ่งน่ารัก ดูเจิดจ้า จนเธอตาพร่าใจสั่นไปหมด งื้อ...ใครว่าท่านประธานหนุ่ม หน้าตาดุ น่ากลัว หล่อเหมือนผีดิบแด๊กคิวล่า ไม่ใช่เลยค่ะ เค้าหล่อมาก ยิ้มหวานด้วย แอร๊...รอยยิ้มของท่านประธานหนุ่มเป็นของฉันนะยะพวกยัยสาวๆ ฮี่ๆ

อยากจะแอบถ่ายภาพไว้ชื่นชมก็เกรงใจ เธอรู้สึกว่าที่เขามองเธอแล้วทำหน้ายิ้มๆ เหมือนอารมณ์ดีไม่ตลอดเวลา คงจะเพราะ...เธอเอามือควานกระเป๋าเมื่อเขาบอกให้เธอเช็คดูว่า เขาคืนของเธอครบไหม...ก้อนกลมๆ ของถุงเท้าเจ้ากรรม มันทำให้ญดารินทร์แอบย่นจมูกน้อยๆ คงเพราะไอ้นี่แหละ เจ้าสิ่งนี้...ที่เธอไปทำตลกโป๊ะแตกนมปลอมหลุดนี่แหละ มันถึงทำให้เขามองหน้าเธอแล้วอมยิ้มตลอดอยู่นี่

เอ่อเห้อ...

เอาเหอะ ทำคนหล่ออารมณ์ดีก็ได้รอยยิ้มเป็นการตอบแทนให้หัวใจพองฟู ได้ฝันฟินๆ กับรอยยิ้มนั้นก็โอเคดี

“ไม่เป็นไรครับ...ผมไม่ถือ เพราะผมไม่ใช่คนจ่ายเงินค่าจ้างของคุณ”

คำตอบนั้นเล่นเอาญดารินทร์ทำตาปริบๆ แล้วเงยหน้ามองเขา ยูยะยักไหล่น้อยๆ พลางยื่นเมนูส่งให้เธอ ก่อนจะชวนให้เธอสั่งอาหาร

“เอ๋...”

“วันนี้ผมเลี้ยงข้าวครับ ผม...มีงานจะเจรจากับคุณ”

“งาน...” คำว่างานทำให้เธอรู้สึกตกใจ...เพราะคนมีชนักติดหลังว่าเป็นพนักงานของเขา แล้วแอบมารับจ๊อบอะไรแบบนี้ทำให้ญดารินทร์หน้าซีดและเลิ่กลั่ก

“คุณยูยะรู้แล้วหรือคะ ว่างาน เอ่อ...งาน”

“คุณรับงานอีกไหมครับ?” เขาถามแบบนั้น ทำให้ญดารินทร์ตั้งสติแป๊บหนึ่ง ก่อนจะถามไปอย่างเบลอๆ

“งานบัญชีไม่ได้รับค่ะ ทำแต่งานประจำ เอ่อ...” ญดารินทร์กะพริบตาปริบๆ ยูยะถึงกับหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามต่อเสียงทุ้ม

“งานบัญชี...งานประจำ...คุณทำงานบัญชีแล้วทำงานนี้เป็นงานพิเศษหรือ ผมหมายถึงงานเพื่อนเที่ยว แบบที่คุณไปกับผม”

“คือ...” เธอไม่เห็นประโยชน์ใดๆ ที่จะต้องโกหก ถึงเขาจะฟังว่าแก้ตัว ทำให้ตัวเองดูดี แต่ญดารินทร์ก็อยากพูดความจริงอยู่ดี เพราะถ้าจะต้องปิดบังเขาเรื่องทำงานบริษัทเขาแล้วแอบมารับจ๊อบพิเศษนี่ ก็อึดอัดมากพออยู่แล้วอะ

“ฉันพูดตรงๆ นะคะ จริงๆ แล้วฉันไม่ได้รับงานเพื่อนเที่ยวเพื่อนกินข้าวนี่หรอกค่ะ ก็อย่างที่คุณเห็น ฉันไม่ได้สวย เซ็กซี่ แถมต้องเสริมออฟชั่นอีกต่างหาก อะแฮ่ม!” ญดารินทร์กระแอม แล้วพูดตามตรงแบบที่ตัวเองรู้สึก

“จริงๆ แล้วคนที่จะมาเดตกับคุณอะ คือ...เพื่อนของฉันต่างหาก แต่ว่าเค้าไม่ว่างก็เลยขอให้ฉันรับงานนี้แทน เอ่อ ฉันยังว่ามันแพงไปเลยอะ ตั้งสองหมื่นห้า...แบบว่า...ฉันอยากได้ค่าแอร์ใหม่แทนตัวเก่าที่พัง ก็เลยรับงานมา แล้วแบบ...เฮ้อ...” เธอมองหน้าเขาตรงๆ คิ้วของยูยะกำลังพันกันไปทุกที เขาจ้องหน้าเธอแน่วแน่ สีหน้านิ่ง...จนเธอเป็นกังวล

“รู้แบบนี้แล้วคุณจะเอาเงินคืนก็ได้นะคะเพราะฉันไม่ตรงปก แถมยังทำงานไม่ครบด้วยอะ ถ้ารู้ว่าเพื่อนเที่ยวจะต้องมี...แบบ...” ตาของเธอมองจ้องเขา แก้มสาวแดงก่ำ ขณะที่ยูยะนั้นมองตกที่ริมฝีปากเธอ เหมือนจำได้ว่า ได้รับรู้รสชาติแบบไหนจากเธอ

“แบบนั้น...เอ่อ...ต้องทำแบบนั้นด้วย ฉะนั้นฉันก็คงจะไม่รับอะค่ะ เพราะทำงานไม่ครบ”

“ผมต่างหากที่จะต้องจ่ายทิปให้กับคุณเพิ่ม” เขาตอบเสียงนุ่ม ญดารินทร์กะพริบตาปริบๆ แล้วมองเขาพลางทำตาโต ขณะที่เขาเริ่มอมยิ้ม

“เอ๋?”

“จริงๆ แล้วข้อตกลงของเพื่อนเที่ยว ก็คงจะแค่เดต เป็นเพื่อนกินข้าว แต่ผม...ทำเกินข้อตกลงเอง” เขาล้วงหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมา พลางถามเธอ

“เลขบัญชีคุณเลขอะไร?”

“ฉันคงจะรับทิปไว้ไม่ได้”

“ต้องได้สิ ค่าที่ผมจูบคุณไง” หนนี้หน้าของญดารินทร์แดงแป๊ดขึ้นมาในทันที เธอรีบโบกไม้โบกมือแล้วสั่นหน้า

“ไม่ต้องค่ะ ไม่คิด”

“อืม...แล้วถ้าผมอยากจะจูบคุณอีกที ต้องจ่ายเท่าไหร่” คำถามนั้นเล่นเอาญดารินทร์อึ้ง มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ ยูยะหัวเราะเบาๆ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตัวเอง มุมที่เขาและเธอนั่งคือมุมในสุดของห้องอาหาร และแล้วก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว เขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าเธอ แล้วดึงเธอเข้าไปจูบ...

ญดารินทร์ตัวแข็งทื่อ...

หัวใจเต้นจนแทบระเบิด

เขาแนบริมฝีปากมาอย่างนุ่มนวลรวดเร็ว ทว่า...วาบหวามนัก

เธอตัวเล็กมาก ขณะที่เขาก็สูงเพรียวมาก พอเขาคุกเข่าแบบนี้ ตัวเธอกับเขาก็สูงเกือบเท่ากัน

เขายิ้ม...

รอยยิ้มนั้นทำให้ญดารินทร์ตาพร่า

“ว่ายังไงครับ เท่าไหร่? ต้องจ่ายด้วยอะไร...เราถึงจะได้เจอกันอีก”

นี่ฉันฝันไปหรือเปล่านะ! ท่านประธานหนุ่มยูยะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป